ยินดีต้อนรับทุกท่านจ๊ แวะชมหน้าร้านได้น๊ https://www.facebook.com/Puyfai.Cosmetics

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

3 ผลไม้เคล็ดลับ “หน้าเด็ก”



ขึ้นชื่อว่า "ผู้หญิง" จะไม่ให้รักสวยรักงามคงเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าสาวๆ จะรักษาความงามให้คงอยู่ไม่ร่วงโรยไปตามกาลเวลาได้อย่างไร บางคนพึ่งความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงแถมทำให้เรื่องของความสวยความงามแบบฟาสต์ฟู้ดถูกจำกัดอยู่กับผู้ที่มีรายได้สูงเท่านั้น ทั้งที่เรื่องของความสวยงามเป็นเรื่องที่ไม่มีข้อจำกัด

เรื่องนี้ ฉัตริษา ศรีสานติวงศ์ สาวสวยอดีตพิธีกรรายการบ้านเลขที่ 5ซึ่งผันตัวมาเป็นบิวตี้กูรู ที่ดึงศาสตร์เพื่อสุขภาพมาผนึกรวมกับความงาม ให้นิยามเกี่ยวกับเฟซโยคะ (Face Yoga) ว่า "เทคนิคเฟซโยคะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อผิวหน้า จะช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้นการนวดจะกระตุ้นการถ่ายเทของเสียของร่างกาย ซึ่งควรดูแลควบคู่กับการใช้ครีมบำรุงผิวและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี จะทำให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์สมวัยได้ โดยเทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 23 ปีขึ้นไปถึง 55 ปี ซึ่งควรบริหารทุกวัน"

แต่การทำโยคะหน้าเด็กใช้เพียงแค่ผลไม้ 3 ผลก็สามารถทำให้คุณดูเด็กลงได้ แต่ไม่ใช่รับประทานแบบทั่วไปเพราะผลไม้ 3 ชนิดที่ว่าคือ

กล้วยน้ำว้า : วิธีหน้าเด็ก-คอเต่งตึงแบบ 2 ขั้นตอน

1. ทำใบหน้าตรงพูดคำว่า "กล้วย-น้ำ-ว้า" โดยออกเสียงช้าๆ เอาความรู้สึกไว้ที่มุมปาก

2. เสร็จแล้วทำหน้าเอียง 45 องศา พูดอีกครั้ง แล้วกลั้นหายใจค้างไว้ 5 วินาทีแล้วค่อยหายใจออก

แตงโม : วิธีกระชับผิวรอบมุมปาก

1. เริ่มจากพูดคำว่า "แตง" โดยเอาความรู้สึกไว้ที่มุมปาก ฉีกยิ้มออกให้กว้างๆ

2. คำว่า "โม" ห่อปากให้เป็นรูปตัวโอ ค่อยๆ ปล่อยลมออกจากปากให้ยื่นออกไป

ลิ้นจี่ :  วิธีบริหารแก้มโชว์ผิวสวย 3 ขั้นตอน (เล็ก-กลาง-ใหญ่)

1. ลิ้นจี่แรกให้พูดห่อปากเล็กๆ เหมือนลิ้นจี่ผลเล็ก

2. ลิ้นจี่ลูกกลาง เมื่อพูดคำว่า "ลิ้น-จี่" เสร็จให้เหยียดปากให้กว้างกว่าเดิม

3. ลิ้นจี่ลูกใหญ่ พยายามพูดโดยเหยียดปากให้มากที่สุด ทำตาให้โตขึ้น ค้างไว้ 5 วินาที เพื่อยกกระชับแก้ม

เพียงแค่ผลไม้ 3 ชนิดนี้ก็สามารถทำให้คุณมีใบหน้าที่ดูเด็กได้แล้ว



ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และ http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthtips/21081

7 วิธีทำให้หน้าเด็ก

  


7 วิธีทำให้หน้าเด็ก 


ใคร ๆ ก็อยากเป็นสาวผิวใส
ไร้ริ้วรอยและความหมองคล้ำ แต่วัยที่มากขึ้นรวมทั้งมลภาวะรอบกาย อาจทำให้ผิวค่อย ๆ เหี่ยว แบบไม่รู้ตัวได้ค่ะ
มาเริ่มต้นดูแลผิว เพื่อรักษาความสดใสของผิวกันดีกว่าค่ะ
1. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยแดดที่ขึ้นชื่อว่า >b?เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่น การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับผิวหน้า ถ้าไม่ได้ไปเผชิญกับแดดแรง ๆ เลือกครีมกันแดดที่มีค่า>B?
SPF 15 ก็พอค่ะ และในช่วงกลางวันที่แดดจ้า หลบแดดได้จะเป็นวิธีปกป้องผิวที่ดีที่สุด หรือถ้าต้องไปรับไอแดดกันจริง ๆ ควรสวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้ม เนื้อหนา ที่สามารถป้องกันการทะลุทะลวงของรังสี UV ทั้ง UVA ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำและมีริ้วรอย และ UVB ที่ทำให้ผิวไหม้เกรียม


2. อย่ารบกวนผิวมากเกินไป
การรบกวนผิวมากไป ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวแต่อย่างใดการล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือขัดถูเช็ดผิวหน้าอย่างรุนแรงเพื่อให้มั่นใจ ว่าสะอาดเพียงพอ กลับเป็นการทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัว เพราะอาจทำให้ผิวมีริ้วรอยและหยาบกร้านได้โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้ง การล้างหน้าต้องทำอย่างนุ่มนวลเช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัยนอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่อ่อนโยนต่อผิวด้วย


3. เลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีส่วนผสมของ AHA
AHA หรือ Alpha hydroxy acid มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาริ้วรอยจากแสงแดดได้ด้วยซี่งปัจจุบัน เครื่องสำอางส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมของ AHAในปริมาณ 2-15 % ซึ่งมักไม่เป็นอันตรายกับผิว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรเลี่ยงที่จะไปตากแดดแรง ๆ เพราะการใช้ AHAจะทำให้ผิวหน้าไวต่อแดดมากขึ้นดังนั้นเพื่อป้องกันการแพ้ ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ


4. ลดริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาด้วยเรตินอล
เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยใต้ตา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิวได้ โดยเฉพาะผิวใต้ตา ซึ่งค่อนข้างบอบบาง
จึงเกิดริ้วรอยได้ง่าย หากทิ้งไว้ ก็กลายเป็นรอยตีนกาได้คงถึงเวลาที่คุณจะต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล ซึ่งมีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยจางๆ ได้ดี นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน ทำใหผิวหน้าเต่งตึงขึ้นได้


5. อาหารต่อต้านริ้วรอย
ผู้เชี่ยวชาญท่านได้ศึกษาพบว่า อาหารที่อุดมไปด้วยผลไม้,ผัก และไขมันต่ำ จะช่วยให้ผิวพรรณของเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านสิ่งที่จะมาทำลายผิวให้อ่อนแอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ ค่ะ โดยเฉพาะแสงแดดภัยตัวฉกาจของการทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของหญิงสาวค่ะชนิดของอาหารที่แนะนำให้รับประทานก็คือ อาหารที่มีไขมันต่ำลดการรับประทานเนื้อแดงและของหวานลง นอกจากนี้ก็ควรเพิ่มการรับประทานผักใบเขียว, ผลไม้ เมล็ดถั่วต่างๆ, น้ำมันมะกอกที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่างๆค่ะซึ่งอาหารดังกล่าวจะอุดมไปด้วยวิตามินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอและซี และอี จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้


6. เว้นอาหารที่ทำลายผิวพรรณ
ไขมันอิ่มตัวในเบคอน ไส้กรอก ไอศกรีม และเนยสด กระบวนการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ จะเกิดอนุมูลสารอิสระสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ของร่างกายเหี่ยวย่น และเสื่อมโทรม ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป มีผลขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหย่อนยาน

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คาเฟอีนจะดูดซับความชื้นจากผิว ถ้าคุณติดกาแฟจนยากที่จะเลิก เมื่อคุณดื่มกาแฟ 1 แก้ว ก็ควรดื่มน้ำเปล่าแก้วโต ๆ ตามไป 1 แก้วเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ร่างกายขาดน้ำ และผิวพรรณขาดความชุ่มชื้นไปด้วย เครื่องดื่มแอลกฮอล์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณ ขาดความเปล่งปลั่ง ถ้าคุณเป็นนักดื่ม ทุกครั้งที่ดื่มแอลกฮอล์ อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าแก้วโต 2 แก้ว เพื่อชดเชยไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และช่วยป้องกันไมให้ผิวขาดความชุ่มชื้น


7. ใช้ชีวิตอย่างสมดุล
สาวบ้างานทั้งหลาย มีสิทธิ์ผิวหย่อนยาน ไม่สดใส ได้เร็วขึ้นเพราะการทำงานหนัก ชนิดอดหลับอดนอน หรือไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน นอกจากร่างกายจะอ่อนล้าแล้ว ผิวพรรณก็หมองคล้ำ ทำให้คุณดูทั้งโทรมทั้งเหี่ยวเชียวล่ะ แม้อยากเป็นดาวรุ่งมากแค่ไหน ก็ควรจัดเวลางานและเวลาส่วนตัวให้สมดุลมีเวลาสำหรับการออกกำลังกาย และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งเรง ไม่หย่อนยานก่อนวัยหากปล่อยให้ความเครียดสุมหัว จนไม่มีเวลาคลายเครียด นานวันเข้า ผิวพรรณก็ร่วงโรย จนเกินเยียวยา เครื่องสำอางมหัศจรรย์ที่ว่าแน่ๆ ก็ไม่อาจจะช่วยฉุดรั้งความสดใส และความเปล่งปลั่งของผิวสาวกลับคืนมาได้หรอกค่ะ

เคล็ดลับทำอย่างไรให้หน้าเด็กอ่อนวัย???


เป็นเรื่องจริงที่เราสามารถย้อนอายุตนเองได้
ดีปัค โซปรา แพทย์และนักเขียนชาวอินเดีย
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้แห่งสหรัฐอเมริกาคอนเฟริ์มว่า
ถึงแม้คนเราจะอายุเพิ่มขึ้น แต่หากเราดูแลตนเองดี
ความแข็งแรงของร่างกาย อารมณ์ และจิตใจที่ดีนั้น
จะทำให้เราเหมือนอายุน้อยลงไปเป็นสิบปีได้เช่นกัน
และนี่คือ 15 เคล็ดลับหน้าเด็ก ที่เราก็ทำได้ไม่ยาก
.....
เลิกคิดเรื่องอายุ และน้ำหนัก
ความกังวลย้ำคิดย้ำทำ จะทำให้เราหน้าแก่จริงๆ
มามีความสุขและสนุกกับการดูแลตัวเองจะดีกว่า
.....
คบเพื่อนที่อารมณ์ดี แจ่มใส
การอยู่แต่กับเพื่อนหรือคนรอบข้างที่ซึมเศร้า
เครียด หรือมองโลกในแง่ร้ายนั้น ทำให้เราแย่ไปด้วย
.....
ตั้งใจขจัดสารพิษในร่างกายตนเอง
สารพิษ, ของเสียและอนุมูลอิสระทั้งหลาย
จะเร่งให้เราแก่เร็วยิ่งขึ้น สิ่งแวดล้อม น้ำดื่ม อาหาร
รวมถึงอารมณ์นั้น สำคัญและเกี่ยวข้องกับสารพิษ
.....
มีความสุขกับสิ่งเรียบง่ายใกล้ๆตัว
เดินเล่นชิลๆ, รดน้ำต้นไม้, กอดคนรัก หรือเล่นกับสุนัข
เหล่านี้ก็ทำให้เราเพลิดเพลินและอารมณ์ดี สุขภาพดี
.....
หัวเราะบ่อยๆ ยิ้มบ่อยๆยิ่งดี
ฮอร์โมนแห่งความสุขสร้างได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
.....
มีความทุกข์ เศร้า ก็ร้องไห้ ระบายออกมาเลย
การร้องไห้ทำให้เราผ่อนคลายหายเครียด
.....
สร้างให้รอบๆตัวมีแต่สิ่งที่เรารัก
ครอบครัว เสียงเพลง สัตว์เลี้ยง งานอดิเรกที่ชอบ
อย่างน้อยตื่นนอนขึ้นมา เราจะรู้สึกมีความสุข
ชอบบรรยากาศรอบตัว ชอบบ้านของเราเอง
......
ออกกำลังกายและยกน้ำหนัก
มีผลโดยตรงต่อเครื่องชี้วัดทางชีวภาพของความแก่
จะทำให้กระบวนการแก่ย้อนกลับ
.....
ทำสมองและหัวใจให้ว่าง ผ่อนคลาย
หัวใจที่ว่าง และสมองที่ว่าง ไม่คิดเรื่องใด
ไม่ต้องเอาอารมณ์ของเราไปยึดติด ไปรู้สึกกับสิ่งไหน
ฝึกความว่าง ผ่อนคลายแบบนี้ สัก 15 นาทีต่อวัน
.....
กินอาหารดีๆ ไม่มีสิ่งเจือปนปรุงแต่งมาก
กินอาหารที่ดีและอาหารเสริมที่เหมาะกับร่างกาย
รวมทั้งวิตามินหรือสารต้านพิษ อนุมูลอิสระทั้งหลาย
ก็จะช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของร่างกายเราได้
.....
หล่อเลี้ยงตัวเองด้วยสิ่งเล็กๆในโลกวัยเด็กของเรา
เช่น นั่งระบายสีคั่นระหว่างทำงาน
กินขนมชั้นแบบดึงออกทีละชั้น เล่นเกมส์เด็กๆ
หรืออ่านนิทานเด็กๆ อย่างนี้เป็นต้น
.....
ความรู้สึกผิด รู้สึกแย่ จะทำให้เราหน้าแก่
เมื่อใดที่รู้สึกผิด รู้สึกแย่ๆ ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้
ความเคลื่อนไหวจะทำให้ใจของเราเคลื่อนไปสู่สิ่งอื่น
ไม่หมกมุ่น ครุ่นคิดและเคร่งเครียดเกินไป
.....
ใครร้ายมา อย่าร้ายตอบ
ไม่ต้องคิดทำร้ายเขากลับคืนจะดีกว่า
คิดไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดกับเราแต่อย่างใด
มาทำให้ตัวเองมีความสุข ผ่องใสจะดีกว่า
.....
ออกเดินทางและแสวงหาความแปลกใหม่
วินาทีที่เราได้พบได้เห็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆนั้น
จะทำให้เราตื่นเต้นและสูบฉีดหัวใจให้สดชื่นอีกครั้ง
.....
เติมความรักกับคนรักของเราให้เต็ม
ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะความรัก
.
เป็นยาที่มีพลังและทรงประสิทธิภาพที่สุด
ทำให้เรามีความสุขสดใส และเติมเต็มชีวิตเรา
แผ่ความรักอุ่นๆจากใจของเราไปให้คนที่เรารัก
บอกรักคนรักของเราทุกครั้งที่มีโอกาสที่จะทำได้
เราจะเหมือนได้เกิดใหม่ทุกครั้งที่ทำสิ่งนี้เลยล่ะ
และนี่ล่ะ คือสุดยอดเคล็ดลับหน้าเด็กเลยทีเดียว
.....
ที่มาวารสารเมืองไทยสไมล์คลับและhttp://www.oknation.net/blog/kritwat/2011/10/05/entry-1

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

"พิทบูล" ..สุนัขพันธุ์นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่


พิทบูล pitbull
ประวัติของสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล
ในช่วงศตวรรษที่19 ผู้ที่นิยมสุนัขในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ และสก๊อตแลนด์ ได้เริ่มที่จะผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด๊อกตัวที่เหนียวที่สุดกับ สุนัขเทอร์เรียตัวที่กล้าหาญ ที่สุด และดีที่สุดเข้าด้วยกัน ผลจากการผสมข้ามสายนี้ในไม่ช้าก็รู้กันว่าพวกมันคือ สุนัข บูล แอนด์ เทอร์เรีย(Bull-and-Terrier) หรือพวกมันก็คืออเมริกันพิทบูลนั่นเอง เพื่อต้องการที่ จะได้สุนัขที่มีลักษณะของการล่าเหยื่อ(เกมส์)ของสุนัขพันธุ์เทอร์เรีย กับ ความแข็งแกร่ง และความปราดเปรียวที่เหมือนกับสุนัขพันธุ์บูลด๊อก ผลที่ออกมานั้นก็คือสุนัขที่ประกอบไป ด้วยความเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ แข็งแรง ทรหด อดทน และอ่อนโยนกับคนที่มันรัก ผลของ การอพยพปรากฏว่ามีคนได้นำสุนัข บูล แอนด์ เทอร์เรีย นี้ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้คนที่เป็นเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ได้มองเห็นความสามารถ ของสุนัขพันธุ์ อเมริกันพิทบูลและได้ใช้มันในการปกป้องทรัพย์สิน
เป็นสุนัขที่ใช้สำหรับการไล่ล่า ต้อนฝูง ปศุสัตว์(วัว หมู) รวมทั้งเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อนสมาชิกในครอบครัว ปัจจุบันนี้สุนัขพันธุ์อเมริกัน พิทบูลแสดงความสามารถได้ในหลากหลายด้านด้วยกัน อย่างเช่นการฝึกให้ เชื่อฟังคำสั่ง ความสามารถในการสะกดรอย การแข่งขันเรื่องของความเร็ว (Agility) เป็นสุนัขอารักขา ความเฉลียวฉลาดในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะเช่น การลากน้ำหนัก
พิทบูล pitbullพิทบูล pitbull
ยูไนเต็ด เคนนัล คลับ (ยูเคซี) เป็นผู้ขึ้นทะเบียนสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเป็นรายแรก โดยที่ ซี แซท เบ็นเน็ทท์เป็น ผู้ก่อตั้งยูไนเต็ด เคนนัล คลับ(ยูเคซี) เขาได้มอบหมายให้ ยูเคซี เป็นผู้ที่จดทะเบียนเป็นรายแรกโดยการนำพิทบูลของตนเองมากำหนดเป็นมาตรฐาน ภายใต้ชื่อ เบ็นเน็ทท์ ริง ในปี 1898
รูปร่างลักษณะทั่วไป(General Appearance)
พิทบูล pitbullพิทบูล pitbull
สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล มีขนาดรูปร่างปานกลาง มีสัดส่วนที่พอดี ขนสั้นเรียบ เป็นมันเงางามและมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัดมาก สุนัขสายพันธุ์นี้เต็มไปด้วยพละกำลังและมีความปราดเปรียวเป็นอย่างมาก และมีรูปร่างที่ค่อนข้างยาวกว่าส่วนสูง แต่ตัวเมียอาจมีรูปร่างที่ยาวกว่าตัวผู้ ความยาวของขาหน้า(วัดจากข้อศอกถึงพื้น) ประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของสุนัขทั่วไป หัวมีความยาวปานกลาง กว้าง ส่วนกะโหลกนั้นจะแบนเรียบและค่อนข้างจะกว้าง ประกอบด้วยขากรรไกรที่แข็งแรงและกว้างใหญ่ หูจะมีขนาดที่เล็กจนถึงปานกลาง หูตั้ง และบางทีก็อาจจะมีลักษณะที่เป็นธรรมชาติ(ไม่ได้ตัดหู) หรืออาจจะตัดหูหรือไม่ตัดหูก็ได้ หางสั้นชี้ลง โคนหางใหญ่ และเรียวเล็กลงไปถึงปลายหาง อเมริกันพิทบูลมีทุกสี และมีทุกลาย สุนัขพันธุ์นี้จะต้องปรากฏให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง กระฉับกระเฉง สง่างามและไม่ควรที่จะเทอะทะมากไปจนกล้ามเนื้อทั้งหลายขัดขวางต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความสมดุลนั้นควรจะมีสัดส่วนที่เหมาะสมต่อกันและกัน สุนัขพันธุ์นี้ไม่ควรที่จะผอมจนเห็นกระดูก
พิทบูล pitbull
บุคลิกลักษณะ (Characteristics)
ลักษณะเฉพาะของสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลก็คือ ความแข็งแกร่ง มีความเชื่อมั่นในตัวของมันเอง และมีชีวิตที่กระหายใคร่รู้ต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมัน สุนัขพันธุ์นี้ชอบให้คนดูแลเอาใจใส่ และมีความกระตือรือร้นมาก สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเป็นเพื่อนกับทุกคนที่อยู่ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี และมีความรักเด็ก เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้ ส่วนใหญ่มักจะแสดงความก้าวร้าวกับสุนัขทั่วไป และด้วยความแข็งแรงที่แสดงให้เห็นถึงการมีพละกำลังในรูปร่างของพวกมัน ดังนั้นสุนัขสายพันธุ์นี้จึงต้องการเจ้าของที่สามารถอบรมหรือฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ ธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้มีความปราดเปรียว กระฉับกระเฉงโดยธรรมชาติ ความว่องไวของสุนัขพันธุ์นี้ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีความสามารถในการปีนข้ามรั้ว อเมริกันพิทบูลไม่เหมาะที่จะเลือกไว้เป็นสุนัขอารักขา(Guard dog) เนื่องจากพวกมันค่อนข้างมีอัธยาศัยที่ดีกับคนแปลกหน้า นิสัยดุดันกับคนไม่ใช่บุคลิกลักษณะของพวกมัน สุนัขพันธุ์นี้มีความสามารถในหลากหลายด้าน เพราะมีความฉลาดมากเป็นพิเศษ รวมทั้งความกระตือรือร้นในการที่จะทำงาน สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลมีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี หากแต่ว่าข้อบกพร่องของสุนัขสายพันธุ์นี้ ได้ตัดคะแนนความนิยมและความสามารถของมัน
พิทบูล pitbull
หัว (Head)
หัวของสุนัขอเมริกันพิทบูลนับได้ว่ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น หัวของอเมริกันพิทบูลจะต้องมีกะโหลกใหญ่ และกว้าง ซึ่งให้ความรู้สึกได้ถึงความมีพละกำลังที่แข็งแรง แต่ว่าหัวของสุนัขพันธุ์นี้ไม่ได้สัดส่วนกับขนาดรูปร่างของมัน เมื่อมองดูจากด้านหน้า หัวของอเมริกันพิทบูลจะมีลักษณะคล้ายลิ่ม กว้าง ทู่ แต่เมื่อมองดูจากด้านข้าง กะโหลกและปากของมันจะขนานกัน และมีตำแหน่งจรดกันที่จุดลึกปานกลาง มีส่วนเว้าบนขอบเบ้าตา(รอยเว้าแหว่งมีได้เฉพาะบริเวณข้างลูกตา) แต่ไม่เด่นมาก หัวมีส่วนประกอบที่ชัดเจน ผสมผสานกับความแข็งแกร่ง ได้อย่างสวยงามซึ่งเป็นบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว
หัวกะโหลก (Skull) กะโหลกที่ใหญ่ แบน หรือค่อนข้างกลม ลึก และกว้างระหว่างตา เมื่อมองจากข้างบน กะโหลกจะเรียวไปด้านหน้า กล้ามเนื้อที่แก้มเห็นได้อย่างเด่นชัด แต่จะต้องไม่มีรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก เมื่อใดที่สุนัขพันธุ์นี้อยู่าสนใจของสุนัขสายพันธุ์นี้
ปาก (Muzzle)ปากกว้างและลึก โดยมีความเรียวเล็กน้อยที่ปลายจมูก และลาดลงเล็กน้อยใต้ตา ความยาวของปากสั้นกว่าความยาวของกะโหลก ในอัตราส่วนประมาณ2:3ที่ซึ่งขนานกัน เส้นบนของปากเป็นเส้นตรง ส่วนกรามล่างนั้นจะกว้างและลึก ริมฝีปากสะอาดและตึง
ข้อบกพร่อง (Faults) ปากแหลมเหมือนปากนก ปากเล็ก และกรามล่างไม่แข็งแรง
พิทบูล pitbull
ฟัน (Teeth)
อเมริกันพิทบูลมีฟันที่สมบูรณ์ในช่วงระยะห่างที่เท่ากัน ฟันขาวที่สบกันแบบกรรไกร
ข้อบกพร่อง(Faults): ฟันบนและล่างไม่สบกันแบบกรรไกรกัน
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง(Serious Faults): ฟันล่างยื่นล้ำฟันบนออกมาหรือฟันบนยื่นล้ำฟันล่างออกมามากเกินไป (Undershot or Overshot) ปากเบี้ยว ฟันขาด (ไม่ครบชุด)
จมูก (Nose)
จมูกใหญ่และมีรูจมูกที่กว้าง อาจมีจมูกได้หลายสี
ตา (Eyes)
ตามีขนาดปานกลาง มีชีวิตชีวา กลมเหมือนถั่วอัลมอนด์ ตาอยู่ในตำแหน่งดี ต่ำกว่ากะโหลก ตาทุกสียอมรับได้ ยกเว้นตาสีฟ้า ที่ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง และไม่ควรมองเห็นเยื่อของเปลือกตาที่ปลิ้นออกมา
ข้อบกพร่อง: ตาสีฟ้า
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: ตาโปน ตาทั้งสองข้างคนละสี ตาสีฟ้า
พิทบูล pitbull
หู (Ears)
ใบหูที่ระวังระไวและมีชีวิตชีวานั้นจะตั้งสูง อาจจะตัดหูหรือไม่ตัดหูก็ได้แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล ถ้าหูเป็นแบบธรรมชาติที่ซึ่งไม่ได้ตัดหูนั้น อาจจะพับครึ่งลงมาหรืออาจจะตั้งตรง หรือแบนเรียบ สำหรับหูที่กว้างเกินไปไม่เป็นที่ต้องการ
คอ (Neck)คอมีความยาวปานกลาง แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เป็นเส้นโค้งพอเหมาะบรรจบกับหลัง คอค่อยๆกว้างออกจากจุดเชื่อมกะโหลกไปถึงไหล่ มีขนคอที่แน่นตึง ไม่มีเหนียง
ข้อบกพร่อง: คอสั้นมากและหนา คอเล็กหรือไม่แข็งแรง คอคล้ายกับแกะตัวเมีย มีเหนียง
ส่วนหน้า (Forequarters)
กระดูกหัวไหล่ยาว กว้าง ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และอยู่ค่อนไปทางข้างหลัง กระดูกหัวไหล่นี้จะมีความยาวเกือบเท่ากับความยาวของกระดูกขาท่อนบน และกระดูกจะต้องอยู่ในมุมได้อย่างถูกต้อง ขาหน้าแข็งแรง และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ข้อศอกอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับลำตัว เมื่อมองจากด้านหน้า ตำแหน่งของขาหน้าจะกว้างออกได้อย่างชัดเจน และตั้งฉากกับพื้นดิน กระดูกที่ติดกับกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้านั้นจะสั้น แข็งแรง ตั้งตรง และมีความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่อมองจากด้านข้าง กระดูกที่ติดกับกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้านี้เกือบจะตั้งตรง
ข้อบกพร่อง: มีไหล่สูงหรือตั้งเกินไป ข้อศอกบิดงออย่างชัดเจน หรือติดกันจนเกินไป ขาในส่วนที่ต่อจากกระดูกขาท่อนล่างของขาหน้าจะอยู่ในระดับต่ำเกินไป ข้อเท้าสูง นิ้วเท้าหลบใน หรือโผล่ออกมามากเกินไป
พิทบูล pitbull
ลำตัว (Body)ลำตัวใหญ่ กว้าง และมีลักษณะกลมและลึกลงมาตลอดลำตัวจนถึงบริเวณอก เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับหัวใจและปอด แต่ความกว้างของช่วงอกควรมีสัดส่วนที่พอดีกับความลึก คือความกว้างไม่มากกว่าความลึก ช่วงอกหน้าไม่ควรขยายมากเกินกว่าหัวไหล่ซี่โครงแผ่ขยายจากกระดูกสันหลัง และไปเชื่อมกับข้อศอก ประกอบกันเป็นรูปร่างลำตัวที่ดูลึก ส่วนบนโค้งลงเล็กน้อยจากตะโพก ถึงหลัง ช่วงท้องสั้น โค้งเล็กน้อยไปถึงส่วนบนของตะโพก ตะโพกลาดลงเล็กน้อย
ช่วงหลัง (Hindquarters)
ช่วงหลังแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และมีความกว้างอย่างเหมาะสมตะโพกมีสัดส่วนดีระหว่างทั้งสองด้าน และลึกจากกระดูกเชิงกรานถึงจุดอวัยวะเพศ กระดูก และ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงหลังสมดุลกับช่วงหน้า ขาท่อนบนหนาได้รูป เห็นกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน เมื่อมองจากด้านข้างข้อเท้ามีส่วนโค้งที่ได้สัดส่วน และอุ้งเท้าหลังอยู่ในตำแหน่งดี และตั้งฉากกับพื้น เมื่อมองจากด้านหลัง อุ้งเท้าหลังตรงเป็นรูปขนาน
ข้อบกพร่อง: ช่วงหลังแคบและสั้น จากกระดูกเชิงกรานถึงอวัยวะเพศไม่มีกล้ามเนื้อ ข้อต่อตรงหรือเป็นเหลี่ยมมุมมากเกินไป ข้อเท้าเหมือนข้อเท้าวัว ขางอ
เท้า (Feet)
เท้ากลม มีสัดส่วนเหมือนสุนัขทั่วไป นิ้วเท้าโค้งคุ้มได้ขนาด อุ้งเท้าแข็งแรง และรองรับกันดี นิ้วเล็บส่วนเกิน(นิ้วติ่งหรือนิ้วหัวแม่มือ) อาจจะถูกกำจัดออกไปก็ได้
ข้อบกพร่อง: เท้าแบะ
พิทบูล pitbull
หาง (Tail)
หางอยู่ในตำแหน่งที่ต่อมาจากส่วนบน และเรียวลงล่าง เมื่อสุนัขอยู่ในอารมณ์ที่เป็นปกติ หางจะชี้ลงอยู่ในตำแหน่งระดับข้อเท้า เมื่อสุนัขเคลื่อนไหว หางจะอยู่ในระดับเส้นหลัง เมื่อสุนัขอยู่ในอาการตื่นเต้น หางจะยกขึ้น แต่ไม่ม้วนมากจนถึงหลัง
ข้อบกพร่อง: หางยาวกว่าระดับข้อเท้า
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: หางม้วน หางงอ
ข้อห้ามที่ทำให้หมดสิทธิ์: หางพุ่ม
ขน (Coat)
ขนมีลักษณะเป็นเส้นตรง สั้น เรียบติดตัว เป็นเงางาม เรียบ ละเอียด และการจัดวางของเส้นขนจะหยาบเพียงพอสำหรับที่จะป้องกันผิวหนังได้
ข้อบกพร่อง: ขนงอหยิก ม้วนเป็นคลื่น ขนบางไม่หนา
ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง: ขนยาว
สี (Color)
สุนัขพันธุ์นี้จะออกมาในหลากหลายสีสัน จากสีครีมไปจนถึงสีดำ รวมทั้งเฉดสีน้ำตาลแกมเหลืองและสีแดง ลายเสือรูปแบบของลายซึ่งเราอาจจะเห็นในหลายๆเฉดสี ก็ยังเป็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ แต่ละสียังมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย
ความสูงและน้ำหนัก (Height and Weight)
อเมริกันพิทบูลควรมีความแข็งแรงและความว่องไว ดังนั้นน้ำหนักและส่วนสูงไม่ค่อยจะมีความสำคัญซักเท่าไหร่ สัดส่วนที่พอดีของน้ำหนักและส่วนสูงนั้น น้ำหนักสำหรับสุนัขตัวผู้(ที่โตเต็มที่แล้ว) อยู่ระหว่าง35-60ปอนด์ น้ำหนักสำหรับตัวเมีย (ที่โตเต็มที่แล้ว) จะอยู่ระหว่าง30-50ปอนด์ หากสุนัขที่มีน้ำหนักไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าจะต้องไม่ผอมจนเกินไป หรือมีสัดส่วนน้ำหนักและส่วนสูงที่มากเกินไป
พิทบูล pitbull
ท่าทางการเดินและการวิ่ง (Gait)
อเมริกันพิทบูลเคลื่อนไหวด้วยความว่องไว มั่นใจ แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่จะพบละน่าตื่นเต้น เวลาเดินเหยาะๆ ท่าเดินจะเรียบและมั่นคง เมื่อเคลื่อนไหว เส้นหลังคงระดับความโค้งเล็กน้อย แสดงถึงความอ่อนโยน เมื่อมองจากทุกด้าน ขามีการประสานกันเป็นอย่างดี เมื่อเร่งความเร็วขึ้น ขาจะเบนเข้าหากันที่จุดศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์
ข้อบกพร่อง: ขาเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน ย่างก้าวของขามากเกินไป ขาพันกันไปมา ขาหลังเคลื่อนไหวใกล้หรือเกือบเตะขาหน้า การวิ่งหรือเดินที่เอียงข้าง
พิทบูล pitbull
ข้อห้ามในการตัดสิน (Disqualifications)
โมโหร้าย หรือมีความขี้อายมาก หูหนวกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หางพู่ สุนัขเผือก
ข้อสังเกต แม้ว่าความก้าวร้าวเป็นลักษณะหนึ่งของสายพันธุ์นี้ ผู้เลี้ยงควรทำตามนโยบาย/คำแนะนำของยูเคซี เนื่องจากยูเคซีมีประสบการณ์ถึงความขี้โมโหของสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างดี
พิทบูล pitbull
พิทบูล pitbull
โชว์การต่อสู้ระหว่างพิทบูลและหมีในประเทศอัฟกานิสถาน
รวมภาพสุนัขพันธุ์อเมริกัน พิทบูล คลิกที่นี่ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=168262
ที่มาประวัติ http://www.khonshop.com/board_view.php?category_id=12&id=1